โรคตาแห้ง

 

สวัสดีคะ วันนี้เราลองมาสำรวจตัวเองดูนะคะ ว่ามีเราเองมีภาวะเป็นโรคตาแห้งกันหรือเปล่า

โรคตาแห้ง พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยโรคตา “ร้อยละ 70-80 ของผู้ป่วย ที่มาพบจักษุแพทย์มักมาด้วยอาการเคืองตา ไม่สบายตา ซึ่งเมื่อซักอาการแล้วก็พบว่าเป็นโรคตาแห้งทั้งสิ้น”

สาเหตุหลักที่ทำให้ตาแห้ง
1. อุปกรณ์ดิจิตอล >> การใช้สายตานานๆ เช่นการจ้องคอมพิวเตอร์เล่นมือถือเป็นต้น
2. สภาพแวดล้อม>> ที่มีฝุ่นละอองมาก มีหมอก มีควัน มีลมพัดแรง มีแสงสว่างหรือแดดจ้า ห้องปรับอากาศที่มีอากาศแห้ง
3. คอนแทคเลนส์>> การใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีคุณภาพ หรือตลอดจนการใช้คอนแทคเลนส์เป็นระยะเวลานานติดต่อกัน
4. ผ่านการทำเลสิก>>ซึ่งการทำ เลสิก จะมีการตัดเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกระจกตา ทำให้ไม่มีตัวกระตุ้นให้สร้างน้ำตา
5. การใช้ยาบางชนิด>>ยาบางชนิด อาจทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ เช่นยาลดน้ำมูก ยาแก้หวัด ยารักษาภูมิแพ้ ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยาโรคหัวใจ ยาคลายเครียด เป็นต้น
6. อายุ>>เมื่อสูงวัยร่างกายเราจะสร้างน้ำตาลดลง เพศหญิงจะมีโอกาศพบได้บ่อยกว่าเพศชาย โดยเฉพาะเพศหญิงวัยหลังหมดประจำเดือน เป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนที่ลดลงทำให้สารคัดหลั่งต่างๆในร่างกาย รวมทั้งน้ำตาก็ลดปริมาณลงไปด้วย

การรักษาโรคตาแห้ง

1. หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับแดดและลมโดยสวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง ไม่นั่งในที่ที่มีลมพัดหรือแอร์เป่าใส่หน้า

2. กระพริบตาถี่ๆ ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา แต่ถ้าขณะที่จ้องหรือเพ่งตาจะลืมค้างไว้นานกว่าปกติ น้ำตาก็จะระเหยออกไปมากทำให้ตาแห้งเพิ่มขึ้น จึงควรพักสายตา โดยการหลับตา กระพริบตา หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอริยาบท ประมาณ2-3นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง

3. สำหรับผู้ที่ตาแห้งมาก อาจใช้กรอบแว่นชนิดพิเศษที่มีแผ่นคลุมปิดกันลมด้านข้าง หรือแว่นที่มีขนาดใหญ่หน่อยเพื่อกันฝุ่นกันลม

4. การใช้น้ำตาเทียม เพื่อหล่อลื่นและให้ความชุ่มชื้นกับผู้ที่ตาแห้ง

การรักษาด้วยวิธีใช้น้ำตาเทียม เวลาในการหยอดตาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการตาแห้ง หากวันใดไม่ถูกลม แล้วรู้สึกสบายตาก็ไม่จำเป็นต้องหยอด แต่ถ้ารู้สึกเคืองตามาก ก็หยอดบ่อยๆได้ตามต้องการ เห็นอย่างนี้แล้วอย่าลืมสำรวจตัวเอง เพื่อสุขภาพตาที่ดีนะคะ