( รีวิวอันที่ 1 )

เลนส์ โปรเกรสซีฟ ยี่ห้อ Rodenstock รุ่น  impression 1.50

เป็นสุดยอดเลนส์ไฮเอนด์เฉพาะบุคคล ที่ให้ประสิทธิภาพการมองเห็นคมชัดและเป็นธรรมชาติสูงสุด บนกรอบแว่นทุกๆแบบครับ เพราะ รุ่น impression  จะนำค่าตัวแปรอื่นๆที่นอกเหนือจากค่าสายตามาคำนวนร่วมในการผลิตเลนส์ขึ้นมาครับ เช่น

  • FFA ค่าความโค้งหน้าแว่น
  • PT ค่าความแทหน้าแว่น
  • CVD  ค่าระยะห่างระหว่างเลนส์ถึงกระจกตาของผู้สวมใส่
  • PD ค่าระยะห่างระหว่างตา
  • FH ค่าความสูงจากขอบเลนส์ถึงจุดโฟกัสกลางตา 

ซึ่งค่าเหล่านี้จะต้องวัดกับเครื่อง impressionIST ครับ (ความละเอียด 0.1 มิลลิเมตร)

 

คุณชุติมณฑน์ (ผู้อำนวยการภาค ที่ปรึกษาอาวุโส AIA ) เคยใส่เลนส์โปรเกรสซีฟมาหลายอันหลายยี่ห้อแล้ว จนเมื่อมาลองใช้บริการที่ร้านเดอะวิชั่น ทางร้านได้แนะนำเลนส์ที่ดีที่สุดอย่างรุ่น impression เพราะเนื่องจากอายุที่มากขึ้น (67 ปี) และมีค่าสายตายาวที่เพิ่มจากแว่นเดิมมาตลอด จึงทำให้การใช้เลนส์โปรเกรสซีฟแบบโครงสร้างธรรมดาที่ไม่ได้มีการคำนวนที่ละเอียดอาจจะทำให้คุณ ชุติมณฑน์ ใส่โปรเกรสซีฟแล้วไม่สบายตาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป  และที่สำคัญเลยคือคุณ ชุติมณฑน์เลือกกรอบแว่นแบบพลาสติก ที่ไม่มีแป้นจมูกซึ่งเวลาใส่อยู่บนหน้าแล้วตัวแว่นจะชิดหน้ามากกว่าปกติ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้เป็นรุ่น impression เท่านั้น (ถ้าเป็นรุ่นอื่นหรือแบรนด์อื่นจะไม่มีการคำนวนค่า CVD เลยทำให้แสงที่ผ่านเลนส์นั้นไม่ตกลงจุดรับภาพ 100% ทำให้โซนการมองใกล้จะแคบลงทำให้อ่านหนังสือลำบากครับ)

ภาพถ่ายจาก iphone 7 ไม่ได้ผ่านการปรับแต่งครับ

ภาพถ่ายจาก iphone 7 ไม่ได้ผ่านการปรับแต่งครับ

ซื้อเลนส์ impression ทุกครั้งอย่าลืมมาหาสัญลักษณ์อินฟินิตี้ ด้วยนะครับ

( รีวิวอันที่ 2 )

 

สวัสดีแฟนเพจที่น่ารักทุกท่านครับ คิดไว้หลายวันแล้วครับว่าจะเขียนรีวิว เลนส์ของโรเด้นสต๊อกรุ่น Impression 2 แต่ก็ไม่ว่างสักที วันนี้นึกขึ้นได้เลยจะมาแชร์ประสบการณ์การจ่ายเลนส์ Impression 2 ครับ

11เนื่องจากลูกค้ามีปัญหาจากแว่นเก่าที่ใช้มาแล้วประมาณ 2 ปี เป็นกรอบเต็มไม่มีแป้นจมูก ใช้เลนส์โปรเกรสชีพ แล้วมีปัญหาเรื่องมุมมอง ที่แคบไป แต่พอใช้ได้ จึงเข้ามาปรึกษาทางร้าน แล้วก็ลองตรวจเช็คค่าสายตากันใหม่

กระผมใช้เวลาวัดสายตาโดยละเอียดใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง โดยใช้สเตปการวัดที่ 0.12 ไดออพเตอร์ ได้ค่าสายตา

ข้างขวา O.D.+0.37-0.25 105 ํ add 225
ข้างซ้าย O.S.+0.50-0.25 55 ํ add 225

33ถือว่าสายตามองไกลน้อยมากมีเอียงอีกนิดหน่อยซึ่งถ้ามองไกลไม่ใส่แว่นก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ปัญหาหลักจะเป็นการมองใกล้ เป็นปัญหาในการมองคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือหรือเซ็นต์เอกสารและลูกค้ามีความจำเป็นที่จะต้องใส่แว่นอันเดียว ที่มองได้ทุกระยะคือเลนส์โปรเกรสซีฟเนื่องจากเข้าประชุมสัมนาบ่อยและต้องมองโปรเจคเตอร์กับดูเอกสารไปพร้อมๆกัน เลนส์ชั้นเดียวอาจไม่ตอบโจทย์เพราะต้องเสียเวลาในการถอดเข้าถอดออก

ทางร้านเลยแนะนำเลนส์ Rodenstock Impression 2 ที่มีโครงสร้างเลนส์มองใกล้ได้กว้างกว่าเลนส์เดิม ที่ลูกค้าใช้อยู่ และเลนส์ Rodenstock แตกต่างกับยี่ห้ออื่นที่ การรับประกันผิวโค๊ตซึ่งรับประกัน โค๊ตลอก,โค๊ตเหลือง ,โค๊ตย่น นานถึง 3 ปี (ยี่ห้ออื่นรับประกัน 1 ปี) เพราะลูกค้าอายุ 67 ปีแล้วโอกาสที่ค่าสายตาจะเปลี่ยนอีกนาน 5-6 ปี ตัดทีเดียวเลยคุ้มค่ากว่าครับ Impression 2 เป็นรุ่นเกือบจะท็อปสุดของเลนส์โรเด้นสต๊อก เป็นเลนส์ไฮเอนด์เฉพาะบุคคล เพราะนำเอากรอบแว่นมาคำนวณร่วมในการผลิตเลนส์ด้วย คือ ค่าความโค้งหน้าแว่น ค่าความเทหน้าแว่น ค่าระยะห่างระหว่างเลนส์ถึงกระจกตาของผู้สวมใส่ จึงทำให้เลนส์มีความแม่นยำสูง

44กรอบที่ลูกค้าเลือกเป็นกรอบเต็ม และค่าสายตาที่ไม่เยอะมากจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เลนส์เหนียวหรือเลนส์ย่อบาง ใช้แค่ index 1.50 ก็เพียงพอแล้วตัวกรอบใช้ แบรนด์ Green หรืออีกชื่อเต็มๆ คือ Free Form Gree by Thomas Trauth ซึ่งได้รางวัล iF design award จากประเทศเยอรมันนี และเป็นแว่นตาที่ใช้วัสดุไทเทเนี่ยม การันตีคุณภาพมาตรฐานเยอรมันแท้

22นี้เป็นอีกหนึ่งในเคสตัวอย่างสำหรับหลายๆคนที่ยังไม่แน่ใจว่าเราจำเป็นที่จะต้องใส่เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วหรือยัง หรือท่านที่เคยใช้อยู่แล้วกำลังจะเปลี่ยนแว่นและต้องการเลนส์ที่มีคุณภาพดีกว่าเก่า หวังว่าจะมีประโยชน์กับผู้ที่สนใจ ไม่มากก็น้อย ขอบคุณครับ

 

 

*บทความหรือวีดีโอนี้มีลิขสิทธิ์ จัดทำโดย www.thevisionoptic.com ไม่อนุญาติให้ทำซ้ำ ดัดแปลง  หรือแก้ไข